หมวดหมู่น่าสนใจ

บทความล่าสุด

  • thumbnail

    ชุดพระเหรียญโชคลาภ ปี2558

    ชุดพระเหรียญโชคลาภ ปี2558, พระโชคลาภปี58, บูชาได้โชค ได้ลาภ ปี2558, วัดพลับ, คณะ5

  • thumbnail

    เหรียญพระสีวลี

    เหรียญพระสีวลี, เหรียญโลหะพระสีวลี, คณะ5 วัดราชสิทธาราม

  • thumbnail

    งานพุทธาภิเษก พระพุทธเมตตา วันที่ 14 ธันวาคม 2557

    งานพุทธาภิเษกพระพุทธเมตตา วันที่ 14 ธันวาคม 2557 ณ.คณะ5วัดราชสิทธาราม โดยพ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี

  • thumbnail

    งานพุทธาภิเษก เหรียญพระสีวลี คณะ 5 วัดราชสิทธาราม

    งานพุทธาภิเษกเหรียญพระสีวลี วันที่ 29 พฤษจิกายน 2557 ณ.คณะ5วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ)

  • thumbnail

    เลือกของทำบุญอย่างไรให้เหมาะสม

    การทำบุญ เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานานโดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น วันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ทำบุญไปนั้นได้ใช้ประโยชน์มากน

  • นิทานชาดก รัชชุมาลาเทพนารี

    thumbnail

    เขียนเมื่อ 2014-11-13 15:54:08

    1032 ครั้ง


    นิทานชาดก  รัชชุมาลาเทพนารี

                สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเคยตรัสไว้แก่พระเจ้าปเสนทิโกศล เมื่อครั้งประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวายว่า บุคคลที่ปรากฏอยู่ในโลกนี้มี ๔ จำพวก คือ บุคคลผู้มืดมาแล้วมืดไป บุคคลผู้มืดมาแล้วสว่างไป บุคคลผู้สว่างมาแล้วมืดไป บุคคลผู้สว่างมาแล้วสว่างไป พระองค์ได้เล่าถึงตัวอย่างบุคคล ๔ จำพวก และ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น คือ นางรัชชุมาลาทาสี ผู้มืดมาแล้วสว่างไป ความว่า

                ในหมู่บ้านตยาคาม เขตพระนครสาวัตถี มีครอบครัวมหาพราหมณ์ผู้หนึ่ง เป็นครอบครัวใหญ่มีข้าทาสบริวารมากมาย ครอบครัวของพราหมณ์มีสะใภ้นางหนึ่งเมื่อครั้งมาอยู่ใหม่ๆ ก็ดีอยู่แต่พออยู่ไปนานวันเข้า ขันธสันดานอันมากไปด้วยโทสะจริตก็แสดงออกมา โดยการทุบตีด่าว่าทาสีทั้งหลายอยู่เสมอ บรรดาทาสีเหล่านั้นมีทาสีนางหนึ่งได้รับทุกขเวทนาจากน้ำมือของนายสาวมากที่สุด วันหนึ่งนายสาวโกรธนางทาสีนั้นอย่างรุนแรง นางใช้มือจิกผมทาสีนั้นแล้วลากมาทุบตีด้วยไม้และก้อนอิฐที่อยู่ใกล้มืออย่างไร้ความเมตตาแม้ว่านางทาสีจะร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวดปานใดนายสาวก็ไม่ให้ความสนใจ ซ้ำยังกล่าวว่าประเดี๋ยวจะลงโทษอีก เมื่อนายสาวปล่อยมือแล้วนางจึงคิดว่า

                "นายสาวใจร้ายของเรา เมื่อจะลงโทษเอาตามอารมณ์ ย่อมจะจิกเอาผมของเราแล้วทุบตีที่ศีรษะร่างกายเอาตามใจชอบ อย่าเลยเราจะโกนผมเสียเพื่อที่นายสาวจะจิกผมเราไม่ได้"

                เมื่อคิดดังนั้นนางก็โกนผมเสียจนเกลี้ยงโล้นแล้วจึงกลับขึ้นคฤหาสน์ไป เมื่อนายสาวเห็นเข้าก็ยิ่งโกรธมากขึ้นแล้วตะโกนด่าว่า

                "มึ-งโกนผมเสีย ด้วยนึกในใจว่าจักพ้นน้ำมือกุแล้วเหรอ"

                ว่าดังนั้นแล้วก็สั่งให้คนไปเอาเชือกมารัดศีรษะนางทาสนั้น แล้วจับเอาปลายเชือกฉุดมาตบตี เสร็จแล้วก็บังคับไม่ให้เอาเชือกนั้นออก ปล่อยให้เชือกรัดศีรษะอยู่อย่างนั้น ครั้นพอเกิดอารมณ์โกรธขึ้นครั้งใดก็จับปลายเชือกฉุดกระชากลากมาตบตี จนคนทั้งหลายเรียกนางทาสีนั้นว่า รัชชุมาลา

                ต่อมาวันหนึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรวจดูหมู่สัตว์อันเป็นพุทธกิจที่ทรงปฏิบัติอยู่เป็นนิตย์ ทรงเห็นว่านางรัชชุมาลาทาสีจักได้บรรลุพระโสดาปัตติผลสำเร็จเป็นพระอริยบุคคลผู้ประเสริฐเที่ยงแท้ จึงเสด็จออกจากพระเชตวันมหาวิหารเพียงพระองค์เดียวประทับ ณ ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วจึงเปล่งพระฉัพพรรณรังสีให้สว่างไสวแลเลื่อมพรรณรายอยู่ในบริเวณนั้นเป็นอัศจรรย์

                ส่วนนางรัชชุมาลาทาสี เมื่อถูกโบยตีมาจากนายสาวทั้งวัน ก็ปวดร้าวชอกช้ำสลบซบหลับไปทั้งคืน ครั้นเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นในยามอรุณรุ่ง ก็รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่าง นางน้อยใจในวาสนาจนน้ำตาไหลริน ก็คิดไปว่า

                "จักมีประโยชน์อันใด ด้วยการมีชีวิตอยู่ให้เขาทุบตีเอาตามใจชอบ ได้รับความเจ็บปวดไม่มีวันสิ้นสุด ชาตินี้มีกรรม เราจึงต้องได้รับความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อมีกรรมเช่นนี้แล้วก็อย่าอยู่เป็นผู้เป็นคนกับเขาอีกเลย ตายเสียดีกว่า"

                เมื่อนางคิดเช่นนั้นแล้วก็เดินตรงไปยังท่าน้ำ คว้าเอาเชือกเถาวัลย์ติดมือมาตั้งใจจะผูกคอตาย ครั้นเดินมาถึงต้นไม้ใหญ่นางก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วเหลียวมองดูรอบข้างเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะทำอัตวินิบาตกรรม พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งประทับนั่งอยู่ ณ ต้นไม้ใกล้ๆ นั่นเอง นางอัศจรรย์ใจแลปีติยินดีเป็นยิ่งนักด้วยองค์พระชินสีห์ทรงสวยงามด้วยพระฉัพพรรณรังสี ประเสริฐเลิศกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย และคิดว่า

                "หากแม้ตัวข้าผู้มีวาสนาน้อย ได้ฟังพระธรรมเทศนาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสักครั้งหนึ่ง ก็คงจักเป็นบุญกุศลแก่ตัวยิ่งนัก แต่เห็นทีจักไม่มีโอกาสเพราะตัวเราเป็นคนอาภัพวาสนาเกิดมาในตระกูลที่ต่ำช้าเป็นทาสีเขา ไหนเลยพระองค์จักแสดงธรรมหรือแม้แต่สนทนาปราศรัยกับเรา"

                ครั้นองค์พระชินสีห์ทราบวาระจิตแห่งนางจึงมีพุทธฎีกาตรัสเรียกว่า
                "ดูกร รัชชุมาลา"

                เมื่อนางได้ยินดังนั้นก็ลืมการที่จะคิดฆ่าตัวตายเสียสิ้น ค่อยๆ ปลดห่วงที่สวมคอตนออกแล้วไต่ลงจากต้นไม้ เข้าไปกราบถวายนมัสการสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในขณะนั้นองค์พระพิชิตมารจึงตรัสพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถา ตามสมควรแก่นาง พอจบพระธรรมเทศนา นางรัชชุมาลาทาสีผู้ซึ่งมีวาสนาที่ตนเคยสั่งสมมาแต่ปางบรรพ์ ก็พลันได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นพระอริยบุคคลขั้นแรกในพระบวรพุทธศาสนา แล้วองค์สมเด็จพระชินสีห์ก็เสด็จกลับไปยังพระเชตวันมหาวิหาร

                ฝ่ายนางรัชชุมาลาพระโสดาบันอริยชนคนใหม่ ก็น้อมกายลงถวายอภิวาทหันหน้าไปทางทิศที่พระองค์เสด็จไปเมื่อสักครู่ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วจึงเดินกลับไปยังคฤหาสน์ตามเดิม ครั้นมาถึงหน้าคฤหาสน์ก็ให้บังเอิญประจันหน้ากับท่านมหาพราหมณ์ซึ่งเป็นพ่อผัวนางใจร้าย พราหมณ์เฒ่ามองหน้านางทาสีเห็นพักตราผ่องใสผิดสังเกต ไม่เศร้าหมองเหมือนแต่ก่อน ก็เอ่ยถามว่าเป็นเพราะเหตุใด รัชชุมาลาทาสีก็เล่าเรื่องแต่ต้นให้ฟัง เมื่อพราหมณ์เฒ่าได้สดับฟังก็พลันบังเกิดความชื่นชมยินดียิ่งนัก จึงรีบขึ้นเรือนไปเรียกหานางหญิงลูกสะใภ้แล้วขู่สำทับอย่างเฉียบขาดว่า

                "แต่นี้ต่อไป เจ้าอย่าได้ตีด่านางรัชชุมาลาอีก มิฉะนั้นเราจักเอาโทษแก่เจ้า"

                เมื่อประกาศดังนั้นแล้ว มหาพราหมณ์เฒ่าใคร่จักได้ฟังพระธรรมเทศนา ก็ได้กราบทูลอาราธนาองค์สมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้ามายังหมู่บ้านแห่งตน พร้อมถวายอาหารบิณฑบาต พราหมณ์และคหบดีทั้งหลายในตำบลตยาคามขณะนั้นยังไม่มีความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา เมื่อเห็นท่านมหาพราหมณ์ผู้เป็นหัวหน้ามีความเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังนั้น ต่างก็พากันมาต้อนรับและสดับฟังพระธรรมเทศนาแห่งพระพุทธองค์ ต่อมาก็ได้ประกาศตนเป็นพุทธมามกะตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์และศีล ๕ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา และประกาศแต่งตั้งให้นางรัชชุมาลาทาสีนั้นเป็นธิดาสุดที่รักแห่งตนตราบเท่าสิ้นชีวิต เมื่อท่านมหาพราหมณ์ผู้ทรงคุณถึงแก่กรรมแล้ว ต่อมาไม่นาน นางรัชชุมาลาผู้เป็นธิดาบุญธรรมก็ทำกาลกิริยาตายไปตามธรรมดาแห่งสังขาร แล้วไปอุบัติเป็นเทพนารี มีรัศมีและฤทธานุภาพมาก ณ เทพวิมานสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะเหตุที่นางได้บรรลุถึงความเป็นพระอริยบุคคลโสดาบัน จึงได้เสวยทิพยสมบัติเป็นสุขนักหนา

    ที่มา : Horonumber

    เเสดงความคิดเห็น

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    thumbnail
    งานพุทธาภิเษก พระพุทธเมตตา วันท...

    งานพุทธาภิเษกพระพุทธเมตตา วันที่ 14 ธันวาคม 2557 ณ.คณะ5วัดราชสิทธาราม โดยพ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี

    thumbnail
    เลือกของทำบุญอย่างไรให้เหมาะสม

    การทำบุญ เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานานโดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น วันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ทำบุญไปนั้นได้ใช้ประโยชน์มากน

    thumbnail
    พระประจำวันเกิดทั้ง 8 และประวัติ...

    เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ประชากรร้อยละ 95 ของประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท ซึ่งถือว่าเป็นศาสนาประจำชาติ ทั้งนี้ นอกจากพระประธานที่พุทธศาสนิกช

    thumbnail
    พระโบราณกับการความอุทิศตน ด้วยก...

    การรักษาศพหรือการทำมัมมี่ของคนที่ตายแล้วก็ว่าน่าทึ่งแล้ว แต่การทำมัมมี่ตัวเองทั้งๆ ที่ ยังไม่ตาย น่าทึ่งมากยิ่งกว่า ซึ่งอยากจะบอกว่า กระบวนการทำมัมมี่